MS Law Office

กลับไปบทความกฎหมาย

⚖ คดีหมิ่นประมาท

ถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท
ต้องสู้อย่างไร?

สรุป 4 แนวทางต่อสู้คดีหมิ่นประมาทของฝ่ายจำเลย พร้อมหลักกฎหมาย มาตรา 329 ข้อควรระวัง และแนวทางเตรียมตัวเมื่อถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท

อัปเดตล่าสุด: 30 มิถุนายน 2569เวลาอ่าน: 8 นาที⚖ คดีหมิ่นประมาท

Share

สรุปสั้นสำหรับคนรีบอ่าน

  • เริ่มจากตรวจว่าโจทก์ถูกกล่าวถึงชัดพอหรือไม่
  • แยกให้ชัดว่าข้อความเป็นการใส่ความ หรือเป็นเพียงความเห็นหรือคำด่า
  • ดูว่าจำเลยมีเหตุยกเว้นความผิดตามมาตรา 329 หรือไม่
  • อย่ามองข้ามประเด็นคำถามชี้นำและบริบทของการเผยแพร่

Intro

เมื่อได้รับหมายฟ้องคดีหมิ่นประมาท คนจำนวนมากมักตกใจและรีบสรุปทันทีว่า หากมีโพสต์ มีข้อความ หรือมีภาพหน้าจออยู่แล้ว ย่อมต่อสู้คดีได้ยาก แต่ในทางกฎหมาย คดีหมิ่นประมาทยังมีรายละเอียดให้ตรวจอีกหลายชั้น ไม่ว่าจะเป็นข้อความนั้นหมายถึงโจทก์จริงหรือไม่ ถ้อยคำเข้าข่ายใส่ความหรือเป็นเพียงความเห็น และจำเลยมีเหตุยกเว้นความผิดตามกฎหมายหรือไม่

บทความนี้สรุป 4 แนวทางต่อสู้ที่จำเลยมักใช้ตรวจคำฟ้องและวางประเด็นคดี เพื่อให้เห็นภาพอย่างเป็นระบบว่าการสู้คดีควรเริ่มจากการแยกองค์ประกอบทางกฎหมาย ไม่ใช่ตอบโต้ด้วยความรู้สึกหรือรีบอธิบายทุกอย่างพร้อมกัน

แนวทางที่ 1: ข้อความไม่ได้กล่าวถึงโจทก์

แนวทางนี้ใช้เมื่อข้อความที่ถูกฟ้องไม่ได้เอ่ยชื่อโจทก์โดยตรง หรือแม้จะมีข้อมูลบางอย่าง แต่ยังไม่ชัดพอให้คนทั่วไปเข้าใจได้ทันทีว่าหมายถึงใคร หากต้องอาศัยการเดาต่อ การสืบค้นหลายชั้น หรือความรู้วงในเป็นพิเศษ จึงจะเชื่อมไปถึงโจทก์ได้ ประเด็นนี้อาจเป็นช่องต่อสู้สำคัญของจำเลย

อย่างไรก็ตาม ต้องดูด้วยว่าผู้รับสารคือใคร เพราะบางข้อความอาจไม่ชัดสำหรับคนภายนอก แต่ชัดมากสำหรับคนในกลุ่มเดียวกัน เช่น คนในองค์กรเดียวกัน หรือคนในชุมชนที่รู้ข้อพิพาทมาก่อนแล้ว

แนวทางที่ 2: ถ้อยคำไม่เป็นหมิ่นประมาท

ไม่ใช่ทุกข้อความที่แรงหรือทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจจะเป็นหมิ่นประมาทเสมอไป คำบางประเภทอาจเป็นเพียงคำตำหนิ คำด่า คำประชด หรือความเห็นกว้าง ๆ ที่ไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงเสียหายเกี่ยวกับตัวบุคคล

จุดที่ต้องถามคือ ผู้รับสารจะเข้าใจว่ามี “ข้อเท็จจริงเสียหาย” ถูกกล่าวหาต่อบุคคลนั้นหรือไม่ เช่น การกล่าวหาว่าทุจริต หลอกลวง ฉ้อโกง หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเรื่องเฉพาะ ถ้าไม่ถึงระดับนั้น ก็อาจเป็นเพียงถ้อยคำประเมินค่า ไม่ใช่การใส่ความ

แนวทางที่ 3: มีเหตุยกเว้นความผิดตามมาตรา 329

มาตรา 329 เป็นฐานต่อสู้สำคัญของฝ่ายจำเลย เพราะแม้ข้อความจะกระทบชื่อเสียงได้ แต่ถ้าเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต ในกรณีที่กฎหมายเปิดทางไว้ ก็อาจไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือการป้องกันสิทธิหรือส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรม การติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องที่ประชาชนย่อมวิจารณ์ได้ หรือการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเกี่ยวกับการดำเนินการที่เปิดเผย

คำสำคัญของมาตรานี้คือ “โดยสุจริต” ถ้าถ้อยคำเกินจำเป็นหรือมีลักษณะมุ่งโจมตี การอ้างมาตรา 329 ก็อาจไม่สำเร็จ

แนวทางที่ 4: เป็นเพียงการตั้งคำถามหรือไม่

หลายคนเข้าใจว่าเพียงเติมคำว่า “จริงไหม” “ใช่หรือเปล่า” หรือ “ขอถามหน่อย” ก็จะช่วยลดความเสี่ยงคดีหมิ่นประมาทได้ทันที แต่ในทางคดี ศาลมักดูสาระที่สื่อออกไปจริง ไม่ได้ดูเพียงรูปประโยคว่าเป็นคำถามหรือคำบอกเล่า

ถ้าคำถามนั้นมีลักษณะชี้นำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีข้อเท็จจริงเสียหายเกิดขึ้นแล้ว การใช้เครื่องหมายคำถามก็อาจไม่ช่วยให้พ้นความรับผิด หากต้องการอ่านประเด็นนี้แบบละเอียดขึ้น สามารถอ่านต่อในบทความ การตั้งคำถามเป็นหมิ่นประมาทได้หรือไม่?

ข้อสังเกตจากทนายความ

ในทางปฏิบัติ ทนายมักเริ่มจากการแยกข้อความที่ถูกฟ้องออกจากอารมณ์ของคู่กรณี แล้วตรวจทีละชั้นว่ามีปัญหาเรื่องการระบุตัวบุคคล ความหมายของถ้อยคำ ความสุจริต หรือบริบทการเผยแพร่ตรงไหนบ้าง การวางประเด็นให้แคบและแม่นมักสำคัญกว่าการอธิบายทุกเรื่องพร้อมกัน

อีกประเด็นที่คนมักมองข้ามคือ หลักฐานที่ช่วยจำเลยอาจไม่ได้มีแค่ภาพหน้าจอของข้อความ แต่รวมถึงโพสต์ต้นทาง คอมเมนต์ก่อนหน้า เอกสารประกอบ และเหตุผลที่ต้องสื่อสารในเวลานั้นด้วย

สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด

  • คิดว่าถ้ามีภาพหน้าจออยู่แล้วจำเลยย่อมแพ้แน่
  • เข้าใจว่าคำด่าทุกแบบเป็นหมิ่นประมาทเสมอ
  • เชื่อว่าพูดเรื่องจริงแล้วจะไม่ผิดคดีแน่นอน
  • รีบลบโพสต์ก่อนเก็บหลักฐานต้นทางของตนเอง

FAQ

Checklist

Quick Checklist

เก็บหลักฐานต้นฉบับและลำดับเวลา

อย่ารีบลบโพสต์ทันทีหากยังไม่ได้เก็บ context

บันทึก URL, ภาพหน้าจอ และผู้รับสารที่เกี่ยวข้อง

รวบรวมเอกสารที่อธิบายความสุจริตหรือสิทธิที่ต้องปกป้อง

ปรึกษาทนายก่อนให้การหรือยื่นเอกสารสำคัญ

ต้องการประเมินแนวทางต่อสู้คดี?

ส่งข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้ทนายช่วยประเมินแนวทางต่อสู้ได้อย่างเป็นระบบ

  • ประเมินจากข้อเท็จจริงและเอกสารเบื้องต้น
  • ให้คำแนะนำตามข้อมูลที่ได้รับ
  • ไม่รับประกันผลของคดี